top of page
Search

ผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ปราศรัยเริ่ดมาก

  • Feb 7
  • 1 min read

พรุ่งนี้จะถึงวันเลือกตั้งแล้วค่ะ



หลังจากนายกฯอนุทินประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เร็วกว่าระยะเวลาเดิมที่ตั้งไว้ แต่ละพรรคการเมืองก็เริ่มเปิดตัวผู้สมัครของพรรคตัวเองกัน นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ มีเวลาไม่ถึง 2 เดือน ในการเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง



ฝีไม้ลายมือในการพูดบนเวที ถ้าเป็นหน้าเก่า เจนเวที หลายท่านทำได้ดีมากอยู่แล้ว เพราะมีพรสวรรค์ติดตัว ประกอบกับประสบการณ์ในการปราศรัย หรืออภิปรายในสภามีมาก เราก็พอจะเดาลีลาได้อยู่



แต่บางท่านที่เป็นหน้าใหม่นี่ surprise อ้วนมากนะคะ เมื่อเดือนธันวาคมตอนเปิดตัว ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะปราศรัยบนเวทีใหญ่ได้ยังไง แต่ผ่านมาไม่ถึง 2 เดือน โอ้โห โอ้โหว มันว้าว จริงๆค่ะ ทั้งเนื้อหา ลีลา การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไหวพริบปฏิภาณ ลูกล่อลูกชนในการดีเบต มาพร้อมกัน แบบแรงดีไม่มีตก บรรยากาศและเสียงเชียร์ของหัวคะแนนเป็นตัวช่วยแน่นอน แต่ก็ต้องถือว่าหน้าใหม่หลายท่านทำได้ดีมาก อันนี้ต้องปรบมือ



เวลาต้องไป coach เรื่องการพูดนำเสนอ อ้วนตั้งข้อสังเกตว่า จะสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วในเรื่องการพูดในที่สาธารณะหรือไม่ มีปัจจัยหลายอย่างค่ะ



ต้องรู้ลึก มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในเรื่องที่ตัวเองต้องพูดอย่างแท้จริง สะท้อนออกมาเป็นความมั่นใจในเวลาพูด และไหวพริบปฏิภาณในการตอบคำถาม เพราะถ้าต้องดีเบต ความรู้ต้องเยอะ ต้องแม่น เพราะอาจถูกถามในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เตรียมตัวมา



ต้องรู้กว้าง มีความรู้รอบตัวเยอะ สามารถนำเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญมาเชื่อมโยงกับความรู้เรื่องอื่นๆได้



ซ้อมหนัก ฝึกหนัก การพูดนำเสนอก็เหมือนการแข่งกีฬาค่ะ ซ้อมเยอะ ทำให้เห็นข้อบกพร่องของตัวเอง จะได้แก้ไข พัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้น และการซ้อมพูดเยอะๆ มันช่วยมำให้พูดคล่องขึ้น คำพูดมันเข้าปากมากขึ้น



สำคัญที่สุด คือ ต้องมีความทะเยอทะยานอยากทำเรื่องนี้ให้สำเร็จจริงๆ



CEO หลายคนที่อ้วนเคยไปร่วมงานด้วย พัฒนาการพูดของตัวเองดีขึ้นมากภายในระยะเวลาอันสั้น เพราะถ้าทำไม่ได้ ก็รักษาตำแหน่งนี้ไว้ไม่ได้ เค้าเลยสู้หัวชนฝา ใส่ใจและเอาจริงเอาจังกับมัน



เจ้าของกิจการบางคนพูดนำเสนอไม่เก่งค่ะ แต่พอเห็นคู่แข่ง สื่อสารได้ดี ก็ไม่ยอมแพ้ ปักธงว่าชั้นจะเก่งสู้กับเธอให้ได้ ความทะเยอทะยานอยากสำเร็จมันเลยกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาการพูดนำเสนอของตัวเอง



ในขณะเดียวกัน นักการเมืองบางคน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ก็ไม่เคยพัฒนาเรื่องเทคนิคการนำเสนอ เพราะขาดความทะเยอทะยาน และมั่นใจว่าพื้นที่ตรงนั้นมันเป็นของตายของชั้นอยู่แล้ว จะสื่อสารแล้วประชาชนจะไม่เข้าใจอย่างไรก็ไม่สำคัญ เพราะ “ตรงนั้นมันเป็นของชั้น” เลยไม่เคยพยายามทำอะไรให้ดีขึ้น ไม่ใช่เค้าไม่เก่ง หรือไม่มีความรู้นะคะ แต่แค่เค้าปล่อย joy ไม่อยากพัฒนา



ท่านที่อยากพัฒนาเรื่องเทคนิคการพูด และกำลังบอกกับตัวเองว่าเราเป็นพูดไม่เก่ง นำเสนอไม่ดี ตื่นเต้นทุกทีเวลาต้อง present


ลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนก็ได้ค่ะว่าเรามี “ความทะเยอทะยาน” และอยากสำเร็จในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน



ว่าที่ สส. ที่กำลังสู้กันโค้งสุดท้ายนี้ เค้าอยากสำเร็จ และแพ้ไม่ได้ เลยทุ่มกันสุดแรงเกิดเลยค่ะ






 
 
 

Comments


bottom of page