top of page
Search

หลุมพราง ของนักเล่าเรื่อง

Sep 9
1 min read

ทำไงดี...มีเรื่องเล่าเต็มไปหมด

อ้วนว่าอันนี้แหละค่ะที่เป็นหลุมพรางที่สำคัญของการนำเสนอ หรือ การเล่าเรื่อง

แบรนด์หลายแบรนด์ ผู้บริหารหลายคน ตกม้าตายกับเรื่องนี้

คือไม่สามารถโฟกัสได้ว่า การเล่าเรื่องครั้งนี้ เล่า “เพื่ออะไร”

เข้าใจนะคะว่าคนเราเวลาทำแบรนด์สินค้า ก็มีหน้าที่ต้องโปรโมทสิ่งนี้ให้แพร่หลาย เป็นที่รู้จัก เพื่อสร้างยอดขาย

เวลาคนเราเล่าเรื่อง ก็เหมือนกับการนำเสนอสินค้านั่นแหละค่ะ

เราง่วนอยู่กับสินค้าของเราทุกวัน เหมือนคนนั่งอยู่ในร้านขายของของตัวเอง วันๆก็คิดแต่ว่าทำยังไงดีให้ลูกค้าเดินเข้ามาซื้อของในร้าน เวลาเราอยากเล่าเรื่องสินค้าหรือบริการของเราเลยอยากเล่าไปหมด อันนั้นก็ดี อันนี้ก็อยากเล่า สินค้าในร้านน่าสนใจไปเสียทุกอย่าง ไม่ได้เอาตัวเองมานอกร้าน ทิ้งระยะห่าง แล้วมองจากภายนอกเข้าไปว่าลูกค้ามองเราอย่างไร และเค้าต้องการอะไรจากเรา

การตั้งคำถามกับลูกค้าว่าอยากได้อะไร สนใจสินค้าประเภทไหน ก็เหมือกับการทำการบ้านเรื่องผู้ฟัง หรือ audience ของเรานี่แหละค่ะ ว่าเค้าต้องการอะไร

แทนที่จะนำเสนอสินค้าสารพัดอย่างที่มีในร้าน เราควรเลือกนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าคนนั้นจริงๆ นำเสนอสินค้าหลากหลายอย่าง ใช่ว่าลูกค้าจะจดจำสรรพคุณหรือ feature แต่ละอย่างได้หมด สมองคนเราไม่ได้มีความสามารถจดจำเรื่องราวได้มากมายขนาดนั้น

คนฟังก็เช่นเดียวกันค่ะ เค้าไม่สามารถจดจำทุกเรื่องที่เรานำเสนอได้หรอกคะ ถ้าเราไม่ clear กับตัวเองให้ชัดก่อนว่าเราเล่าเรื่องนี้เพื่ออะไร

ที่สำคัญ “เพื่อ” อันนั้นมันต้องเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเขา ประโยชน์ที่ว่านี่คือหลากหลายมากนะคะ เค้าชอบ เค้าได้ความรู้ เค้าหัวเราะ เค้าขำ เค้าร้องไห้ เค้าอิน เค้าได้แรงบันดาลใจ หรืออะไรก็ได้ที่ไปเชื่อมโยงกับเขา

อย่ากลัวที่จะไม่ได้ “ขายของ” เราได้ขายแน่ๆ

แค่ต้อง รู้จักลูกค้าของเรา เลือกของที่เหมาะ เข้าใจเรื่องราวมันอย่างแท้จริง หาเหลี่ยมมุมที่จะไปเชื่อมโยงกับลูกค้าให้ได้

ไม่ต้องเล่าสิบอย่าง เล่าแค่อย่างเดียว แต่เป็นการเล่าเรื่องที่มีคุณค่า ที่ผู้นำเสนอก็ได้คัดสรรอย่างดีมานำเสนอ ผู้ฟังก็มีความสุขและได้ประโยชน์จากเรื่องเล่านั้นค่ะ




 
 
 

Comments


bottom of page