top of page
Search

ไม่ต้องบอกว่า "ยินดีรับฟัง" แต่ "แสดงออกว่ากำลังฟัง"

Aug 3
1 min read

จากการทำ workshop การสื่อสารเพื่อลดความขัดแย้ง มาหลายครั้ง ได้ยินบ่อยมากค่ะเวลาไปทำ training ให้กับองค์กร โดยเฉพาะจากหัวหน้างานว่า


“ผมก็เปิดใจเต็มที่นะ บอกลูกน้องในทีมตลอดว่า มีปัญหาอะไรก็มาบอกได้นะ ผมยินดีรับฟัง”

และเพราะเป็นแม่ของลูกชายวัยรุ่น เลยได้ยินแม่ๆทั้งหลาย พูดบ่อยมากค่ะว่า

“ก็บอกลูกตลอดนะคะ ว่ามีอะไรให้บอกแม่ แม่ยินดีรับฟัง”

แต่การฟังอย่างตั้งใจมันไม่ใช่อย่างงั้นนะสิคะ มันไม่ใช่การพูดว่า “เรายินดีรับฟัง” แต่มันคือ “การแสดงออกว่าเราฟัง”จริงๆ


• อย่างแรกวางมือถือก่อนค่ะ เอาไว้ไกลสายตาเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าจะวางไว้บนโต๊ะก็ต้องคว่ำหน้าลง ไม่งั้น ตาจะเหลือบมองหน้าจอตลอดเวลา

• หันทั้งหน้า ทั้งตัว ทั้งเท้าเข้าหาคู่สนทนา

• สบตาอีกฝ่ายเป็นระยะๆ ไม่ต้องจ้องเขม็งตลอดเวลาค่ะ แต่อย่างน้อยสบตาอีกฝ่ายให้ได้ประมาณ 70%

• จดจ่อกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด อยู่กับปัจจุบัน อย่าใจลอยไปตรงไหน คนตรงหน้าสำคัญที่สุด

• ฟังเพื่อฟังจริงๆ เป็นการฟังเพื่ออยากรู้เรื่องของคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างแท้จริง

• ฟังให้จบก่อนค่ะ อย่าเพิ่งถามแทรก ถ้าจะถามก็เป็นคำถามต่อเนื่องจากสิ่งที่ได้ยินเท่านั้น

• อย่าเพิ่งตัดสินกับสิ่งที่ได้ยินว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ตัดสินปุ๊บ อีกฝ่ายจะหยุดเล่าทันทีเลยค่ะ เพราะไม่อยากถูกตัดสิน อดทนให้มากกับสิ่งที่ตัวเองยังไม่เห็นด้วย อดทนค่ะ อดทน

• ไหลไปตามสิ่งที่อีกฝ่าย สุข เศร้า เหงา รัก ไปพร้อมๆกัน ปล่อยให้ใจไหลไปกับเรื่องของเค้า

• ส่งเสียงตอบรับให้อีกฝ่ายรู้ว่าเรากำลังฟัง จะ อืม เออ ออ อะไรก็ได้ขึ้นกับบริบทของเรื่องที่เล่า

• มีภาษากายที่แสดงว่าเรากำลังฟังอย่างตั้งใจค่ะ สบตา พยักหน้า เอนตัวเองเข้าหา หรือแม้แต่ขมวดคิ้วเมื่อเราสงสัย


ไม่ต้องบอกว่า “เราเปิดใจรับฟัง” แต่ “แสดงออกว่าเราฟัง” ทำให้คนตรงหน้าเค้ารู้สึกว่าสิ่งที่เค้าพูด สำคัญและมีอีกฝ่ายรับฟัง ดีกว่ามากค่ะ




 
 
 

Comments


bottom of page