ไม่ต้องบอกว่า "ยินดีรับฟัง" แต่ "แสดงออกว่ากำลังฟัง"
จากการทำ workshop การสื่อสารเพื่อลดความขัดแย้ง มาหลายครั้ง ได้ยินบ่อยมากค่ะเวลาไปทำ training ให้กับองค์กร โดยเฉพาะจากหัวหน้างานว่า
“ผมก็เปิดใจเต็มที่นะ บอกลูกน้องในทีมตลอดว่า มีปัญหาอะไรก็มาบอกได้นะ ผมยินดีรับฟัง”
และเพราะเป็นแม่ของลูกชายวัยรุ่น เลยได้ยินแม่ๆทั้งหลาย พูดบ่อยมากค่ะว่า
“ก็บอกลูกตลอดนะคะ ว่ามีอะไรให้บอกแม่ แม่ยินดีรับฟัง”
แต่การฟังอย่างตั้งใจมันไม่ใช่อย่างงั้นนะสิคะ มันไม่ใช่การพูดว่า “เรายินดีรับฟัง” แต่มันคือ “การแสดงออกว่าเราฟัง”จริงๆ
• อย่างแรกวางมือถือก่อนค่ะ เอาไว้ไกลสายตาเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าจะวางไว้บนโต๊ะก็ต้องคว่ำหน้าลง ไม่งั้น ตาจะเหลือบมองหน้าจอตลอดเวลา
• หันทั้งหน้า ทั้งตัว ทั้งเท้าเข้าหาคู่สนทนา
• สบตาอีกฝ่ายเป็นระยะๆ ไม่ต้องจ้องเขม็งตลอดเวลาค่ะ แต่อย่างน้อยสบตาอีกฝ่ายให้ได้ประมาณ 70%
• จดจ่อกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด อยู่กับปัจจุบัน อย่าใจลอยไปตรงไหน คนตรงหน้าสำคัญที่สุด
• ฟังเพื่อฟังจริงๆ เป็นการฟังเพื่ออยากรู้เรื่องของคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างแท้จริง
• ฟังให้จบก่อนค่ะ อย่าเพิ่งถามแทรก ถ้าจะถามก็เป็นคำถามต่อเนื่องจากสิ่งที่ได้ยินเท่านั้น
• อย่าเพิ่งตัดสินกับสิ่งที่ได้ยินว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ตัดสินปุ๊บ อีกฝ่ายจะหยุดเล่าทันทีเลยค่ะ เพราะไม่อยากถูกตัดสิน อดทนให้มากกับสิ่งที่ตัวเองยังไม่เห็นด้วย อดทนค่ะ อดทน
• ไหลไปตามสิ่งที่อีกฝ่าย สุข เศร้า เหงา รัก ไปพร้อมๆกัน ปล่อยให้ใจไหลไปกับเรื่องของเค้า
• ส่งเสียงตอบรับให้อีกฝ่ายรู้ว่าเรากำลังฟัง จะ อืม เออ ออ อะไรก็ได้ขึ้นกับบริบทของเรื่องที่เล่า
• มีภาษากายที่แสดงว่าเรากำลังฟังอย่างตั้งใจค่ะ สบตา พยักหน้า เอนตัวเองเข้าหา หรือแม้แต่ขมวดคิ้วเมื่อเราสงสัย
ไม่ต้องบอกว่า “เราเปิดใจรับฟัง” แต่ “แสดงออกว่าเราฟัง” ทำให้คนตรงหน้าเค้ารู้สึกว่าสิ่งที่เค้าพูด สำคัญและมีอีกฝ่ายรับฟัง ดีกว่ามากค่ะ
#CDFactor #Workshop #การสื่อสาร #ลดความขัดแย้ง #EmpathyCommunication #พัฒนาตัวเอง #activelisting #สื่อสารในองค์กร #สื่อสารในครอบครัว




Comments